สุขภาพช่องปากกับสตรีตั้งครรภ์

สุขภาพช่องปากกับสตรีตั้งครรภ์

2018-12-07T09:53:35+00:0012/02/2018|สุขภาพน่ารู้|

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงอายุครรภ์ ตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณเหงือกมากกว่าปกติ เหงือกจึงมีการอักเสบได้ง่าย และการอักเสบจะเป็นมากกว่าปกติ

อาการของโรคเหงือกนี้จะเป็นได้ตั้งแต่เหงือกอักเสบธรรมดา (Gingivitis) ไปจนถึงโรคปริทันต์ (Periodontitis) หรือรำมะนาด

 

ความสัมพันธ์ระหว่างโรคปริทันต์กับการตั้งครรภ์

จากรายงานการวิจัยพบว่า ในมารดาที่เป็นโรคปริทันต์ในระหว่างตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่มารกในครรภ์จะเกิดการคลอดก่อนกำหนด หรือมีนำ้หนักแรกคลอดน้อยกว่าปกติ หรือแท้งได้มากกว่าปกติถึง 7 เท่า

 

โรคในช่องปากอื่นๆ ที่พบ

  • การเกิดฟันกร่อนเนื่องจากกรดที่ออกมากับอาเจียนระหว่างแพ้ท้อง
  • การเกิดฟันผุจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไป
  • การเปลี่ยนแปลงของกระดูกเบ้าฟัน (Lamina dura) ที่เกิดจากฮอร์โมนและปริมาณหินปูนที่ทำให้เกิดโรคปริทันต์และฟันโยกมากกว่าปกติ
  • การเกิดโรคเปงือกอักเสบเนื่องจากฮอร์โมนและคราบจุลินทรีย์ชนิดเนื้องอก (Pregnancy tumors หรือ Phylogenic granuloma) ในไตรมาสที่ 2 และ 3
  • โรคฟันผุที่มีการลุกลามทะลุโพรงประสาทฟันจนถึงอวัยวะรับรากฟัน

 

การบำบัดรักษาทางทันตกรรมและช่วงเวลาที่เหมาะสม

แม้ว่าการบำบัดรักษาทางทันตกรรมทั่วไปจะสามารถทำได้ในทุกระยะของการตั้งครรภ์ แต่ในกรณีที่ไม่เร่งด่วนก็ควรหลีกเลี่ยงในช่วงไตรมาสที่  1 และ 3 ยกเว้นการทำความสะอาดช่องปาก เช่น การขูดหินปูนและขัดฟันที่สามารถทำได้ตลอดทั้ง 3 ไตรมาส

 

แนวทางการรักษาในสตรีมีครรภ์และสตรีที่เตรียมตัวตั้งครรภ์

เน้นการบำบัดรักษาแบบทันตกรรมป้องกัน เช่น การขูดหินปูน เคลือบฟลูออไรด์ รวมถึงการอุดฟันในบริเวณที่จำเป็นเพื่อลดอัราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ปวดฟัน เหงือกบวม เป็นถุงหนองที่ปลายรากฟัน ฟันโยก

เน้นการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยการแปรงฟันที่ถูกวิธี (โดยทันตแพทย์แนะนำ) และรับการตรวจซ้ำเมื่ออายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ 4 ถึงเดือนที่ 6 (ไตรมาส 2)

หลังคลอดควรได้รับการตรวจซ้ำ และดำเนินการรักษาตามแบบแผนปกติต่อไป

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

คลินิกทันตกรรม

โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์

โทร.027615999